สภายุโรประงับให้สัตยาบันต่อความร่วมมือการค้ากับจีน

ตราบใดที่รัฐบาลปักกิ่งยังไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่ของอียูจากกรณีซินเจียง สภายุโรปจะยังไม่ให้สัตยาบันต่อความร่วมมือทางการค้าระดับทวิภาคี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่า ที่ประชุมสภายุโรปมีมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ด้วยเสียงข้างมาก 599 เสียง คัดค้าน 30 เสียง และงดออกเสียง 58 เสียง ระงับการให้สัตยาบันต่อความร่วมมือทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรป ( อียู ) กับรัฐบาลปักกิ่งในชื่อข้อตกลงครอบคลุมด้านการลงทุนอียู-จีน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว หลังใช้เวลาเจรจายาวนานถึง 7 ปี
 
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างความเท่าเทียมให้แก่ผู้ประกอบการจากอียู เมื่อเข้าไปลงทุนในจีน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บริษัทจากจีนซึ่งจะเข้ามาลงทุนในประเทศซึ่งเป็นสมาชิกอียู อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีมติเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อสมาชิกสภายุโรป และนักการเมืองระดับสูงหลายคนในอียู ก่อนดำเนินการให้ข้อตกลงฉบับนี้มีความคืบหน้า เนื่องจากหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินเช่นนี้ต่อไป เป็นการยากที่ความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่าย “จะเป็นไปอย่างปกติ”
 
ขณะที่สำนักงานคณะผู้แทนถาวรจีนประจำอียูออกแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ในการยกระดับผลประโยชน์ “ให้เท่าเทียมกัน” ไม่ใช้การเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลปักกิ่งนั้น “เป็นการตอบโต้อย่างชอบธรรม” ต่อการที่อียูใช้มาตรการแบบเดียวกันก่อน

อนึ่ง อียูดำเนินการตามสหรัฐ เมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ขึ้นบัญชีดำเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2532 ที่อียูกลับมาคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ของจีน ด้านรัฐบาลปักกิ่งตอบโต้ด้วยการขึ้นบัญชีดำเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอียูและนักวิชาการชื่อดัง รวม 10 คน